ส่องวิสัยทัศน์และ 3 กลยุทธ์หลักของซัมซุง ที่จะเป็นผู้นำในยุค Next Normal

หลายๆ คนคงคุ้นเคยกับคำว่า ‘ New Normal ’ หรือความปกติรูปแบบใหม่ แต่สำหรับซัมซุงนี่คือ ‘ Next Normal ’ ซึ่งเทคโนโลยี โดยเฉพาะโมบายล์เทคโนโลยี (Mobile Technology) ที่ทุกวันนี้มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมาก

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เราได้เห็นวิถีชีวิตของผู้คนเปลี่ยนแปลงไปอย่างคาดไม่ถึง ทั้งการเรียนทางไกล การออกกำลังกายที่บ้าน หรือแม้กระทั่งการดูคอนเสิร์ตออนไลน์ รวมทั้งกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายซึ่งล้วนจะต้องอาศัยโมบายล์เทคโนโลยีเข้ามาช่วยขับเคลื่อนให้เกิดขึ้น

ซัมซุง ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและมีหน้าที่สำคัญที่จะช่วยผลักดันให้สังคมเดินหน้าต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสร้างวิธีการสื่อสารใหม่ๆ วิธีการทำงานรูปแบบใหม่ รวมทั้งวิธีการเชื่อมต่อในรูปแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

โดยในงาน Galaxy Unpacked ที่ทางซัมซุงจะจัดขึ้นผ่านรูปแบบออนไลน์ในวันที่ 5 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซัมซุงได้เปิดตัว 5 อุปกรณ์สุดทรงพลัง พร้อมมอบประสบการณ์ใหม่บนสมาร์ทดีไวซ์ที่ทั้งลื่นไหล และใช้งานได้ต่อเนื่องในทุกๆ ที่ ผสมผสานการใช้งานที่ลงตัวกับฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน

ให้เต็มที่ได้ทั้งด้านการทำงานและความบันเทิง ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้านหรือออกไปลุยนอกสถานที่ ซัมซุงพร้อมเป็นตัวช่วยให้ผู้ใช้งานได้เต็มที่กับชีวิตในยุคNext Normal ผ่านอุปกรณ์แห่งอนาคตที่จะตามไปทุกที่ ทั้งบนมือ สวมใส่ในหู รวมทั้งบนข้อมืออีกด้วย

นอกจากนี้ ดร. ทีเอ็ม โรห์ ยังได้เผย 3 กลยุทธ์หลัก ที่ซัมซุงมุ่งเน้นให้ความสำคัญมาโดยตลอด ทำให้ซัมซุงกล้าที่จะรับความเสี่ยงปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว และพร้อมที่จะเป็นผู้กำหนดทิศทางในอุตสาหกรรม แม้แต่ในช่วงเวลาที่วิกฤติเช่นนี้ ซัมซุงยังเชื่อมั่นว่ากลยุทธิ์เหล่านี้ยังสามารถทำให้องค์กรมุ่งมั่นต่อไปได้ และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคได้เสมอ

1. เสริมกำลังจับมือพันธมิตร

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทั่วโลกต่างได้ผ่านบทพิสูจน์ของแนวคิดที่ว่า การเดินหน้าไปด้วยกันย่อมเป็นก้าวที่มีพลังและแข็งแกร่งกว่า จากการเห็นผู้คนมากมายร่วมใจช่วยเหลือซึ่งกันและกันในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจและแสดงให้เห็นถึงพลังของความเป็นหนึ่งได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

ซึ่งแนวคิดดังกล่าวได้จุดประกายให้เรานึกถึงพลังของเครือข่ายพันธมิตรของซัมซุง ไม่ว่าจะเป็น Google, Microsoft, Netflix, Spotify และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ร่วมจับมือเดินหน้ามอบประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

อาทิ การร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับ Google ในการยกระดับประสบการณ์วิดีคอล ให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อได้ง่ายขึ้น หรือการขยายความร่วมมือกับ Microsoft ในการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนของกาแลคซี่และคอมพิวเตอร์ Windows เพื่อแชร์ข้อความ รูปภาพ และปฏิทินแจ้งเตือนต่างๆ ถึงกันได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งพันธมิตรกับ Microsoft จะเดินหน้าต่อผ่านความร่วมมือด้านเกมมิ่งกับ Xbox

ที่สำคัญ ซัมซุงยังมองเห็นพลังของความร่วมมือในการเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันให้ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มสตาร์ทอัพ นักพัฒนา และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ได้บรรลุเป้าหมายและสร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้นจริง ให้เหล่าผู้ประกอบการทั้งในและนอกองค์กรได้ก่อตั้ง เติบโต และก้าวต่อไป เห็นได้จากโครงการสตาร์ทอัพของซัมซุงอย่าง C-Lab และ Samsung NEXT

ส่องวิสัยทัศน์และ 3 กลยุทธ์หลักของซัมซุง ที่จะเป็นผู้นำในยุค Next Normal

2. นวัตกรรมที่มีคุณค่ากับชีวิต

ซัมซุงมุ่งมั่นพัฒนาทุกนวัตกรรมด้วยจุดประสงค์ที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้งานมีชีวิตที่ดีขึ้นและสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สถานการณ์โรคระบาดได้สร้างข้อจำกัดหลายประการ

แต่เทคโนโลยีกลับเป็นเหมือนสะพานที่ช่วยเชื่อมต่อให้ทุกคนได้เปิดประตูไปสู่โลกที่กว้างมากขึ้น โมบายล์ดีไวซ์กลายมาเป็นอุปกรณ์เดียวที่ช่วยให้ผู้ใช้ได้ทำงานจากที่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้เชื่อมต่อกับโลกภายนอก และเหมือนได้กลับมาใช้ชีวิตปกติอย่างแท้จริง

ในยุค Next Normal ถือเป็นช่วงเวลาที่การพัฒนานวัตกรรมจะก้าวกระโดดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยซัมซุงจะเน้นพัฒนาเทคโนโลยีที่มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เพิ่มความอัจฉริยะ มีประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

รวมทั้งจะพัฒนานวัตกรรมที่ก้าวล้ำขึ้นไปอีก เช่น สมาร์ทโฟนพับได้ที่กลายเป็นผู้นำในท้องตลาด และอุปกรณ์ Galaxy 5G รุ่นต่างๆ ที่ซัมซุงได้เปิดตัวในตลาดที่หลากหลาย ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้จะเข้ามาเปิดประสบการณ์ใหม่มากมายในแบบที่ผู้ใช้งานนึกไม่ถึง

ซัมซุงพร้อมขนทัพนวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งสมาร์ทโฟนพับได้ ไปจนถึงอุปกรณ์ที่รองรับเครือข่าย 5G ออกมาโชว์อย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งหนึ่งที่ซัมซุงตื่นเต้น คือการที่จะได้เห็นผู้คนนำสุดยอดเทคโนโลยีเหล่านี้ไปต่อยอดและเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดียิ่งขึ้น ถึงจะได้ชื่อว่าเป็นนวัตกรรมอันทรงคุณค่าอย่างแท้จริง

ส่องวิสัยทัศน์และ 3 กลยุทธ์หลักของซัมซุง ที่จะเป็นผู้นำในยุค Next Normal

3. พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

ในปัจจุบันที่โลกต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ความพร้อมในการรับมือและปรับตัวอย่างรวดเร็วจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากสำหรับองค์กร

ซึ่งการรับมือในที่นี้ หมายถึงความสามารถในการจัดลำดับความสำคัญและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยในขณะเดียวกัน ต้องคอยวิเคราะห์แนวโน้มของเทรนด์ที่อาจเกิดขึ้นและพร้อมตอบสนองอย่างมั่นคง

เห็นได้จากสถานการณ์โรคระบาดในครั้งนี้ นำมาซึ่งบททดสอบอันแสนท้าทาย อย่างการปรับตัวเพื่อรักษาเครือข่ายสังคม พันธมิตร และพนักงานในองค์กร ควบคู่ไปกับการเร่งฟื้นตัวสู่ภาวะปกติเพื่อดำเนินงานต่อไปในภายภาคหน้า

ทั้ง 3 กลยุทธ์นี้ จะช่วยให้ธุรกิจของซัมซุงนั้นก้าวหน้าสู่ Next Normal อย่างมั่นคง ด้วยการพัฒนาอย่างไม่หยุดหย่อน พร้อมตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการส่งมอบนวัตกรรมที่ดีที่สุดอย่างสม่ำเสมอ พร้อมกับการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างตรงจุด

ส่องวิสัยทัศน์และ 3 กลยุทธ์หลักของซัมซุง ที่จะเป็นผู้นำในยุค Next Normal

สุขภาพก็เป็นเรื่องสำคัญ อยากบอกต่อ 6 ข้อที่ควรทำหลังตื่นนอน ที่จะทำคุณสดชื่นตลอดทั้งวัน แล้วถ้าคุณชอบพวกดาวหรือท้องฟ้า คุณต้องชอบบทความที่เราจะแนะนำต่อไปนี้แน่ๆ เป็นบทความเกี่ยวกับ ฝนดาวตก ที่เกิดจากโลกโคจรเคลื่อนที่ฝ่าเข้าไปในธารอุกาบาต ะเก็ดดาวเหล่านี้เป็นเศษขยะที่เกิดจากดาวหางเคยโคจรผ่านเข้ามา